แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ขนม แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ขนม แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2558

ขนมไข่ปลาสามสหาย


ขนมไข่ปลาสามสหาย
เมนูขนมไข่ปลาสามสหายนี้เป็นเมนูประยุกต์มาจาก ขนมไข่ปลาเนื้อตาล เนื่องจากเนื้อตาลค่อนข้างหายาก จึงหยิบเอาวัตถุดิบที่หาง่ายตามท้องตลาดมาทำแทน อาทิเช่นน้ำใบเตย ฟักทอง เผือกและมัน เมนูนี้ไม่จำกัดไอเดีย สามารถประยุกต์ใช้วัตถุดิบอื่นๆ มาเพิ่มสีสันและรสชาติให้ขนมไข่ปลาน่าทานมากขึ้นค่ะ
สูตรขนมไข่ปลาสามสหาย
สำหรับ 20-30 ตัว
เวลาในการทำ 1 ชั่วโมง 20 นาที
วัตถุดิบขนมไข่ปลาสามสหาย 
  • แป้งข้าวเหนียว 240 กรัม (แบ่งเป็น 3 ส่วน)
  • แป้งข้าวเจ้า 60 กรัม (แบ่งเป็น 3 ส่วน)
  • น้ำใบเตย 1 ถ้วย
  • ฟักทองต้มสุกบดละเอียด 150 กรัม
  • เผือกต้มสุกบดละเอียดและมันต่อเผือกต้มสุกบดละเอียด 150 กรัม
  • น้ำตาลทราย 1/2 กิโลกรัม
  • น้ำเปล่า 1/2 กิโลกรัม
  • มะพร้าวทึนทึกขูดมือ 1 ซีก
  • งาขาวคั่ว 2 ช้อนโต๊ะ
  • เกลือ 1 ช้อนชา

วิธีทำขนมไข่ปลาสามสหาย
ส่วนน้ำเชื่อม
  1. 1. นำหม้อใส่น้ำละลายน้ำตาลทราย ยกขึ้นตั้งไฟคนต่อจนน้ำเชื่อมเดือดสักครู่ ยกลงพักไว้แช่ตัวขนม
  2. ส่วนแป้งขนม
  3. 1. แป้งสีเขียว ผสมแป้งข้าวเหนียวและแป้งข้าวเจ้าให้เข้ากัน ใส่น้ำใบเตย (อุ่น) ลงไปนวดจนแป้งเหนียวเนียน คลุมพลาสติกใสพักไว้
  4. 2. แป้งสีเหลือง ผสมแป้งข้าวเหนียวและแป้งข้าวเจ้าให้เข้ากัน ใส่เนื้อฟักทองต้มบดนวดให้เข้ากัน นวดต่อด้วยน้ำอุ่นจนเหนียว คลุมพลาสติกใสพักไว้
  5. 3. แป้งสีม่วง ผสมแป้งข้าวเหนียวและแป้งข้าวเจ้าให้เข้ากัน ใส่เนื้อเผือกและมันต่อเผือกต้มบด นวดให้เข้ากัน นวดต่อด้วยน้ำอุ่นจนเหนียว คลุมพลาสติกใสพักไว้
  6. 4. ปั้นแป้งขนมสีเขียว เหลืองและม่วง ตามลำดับ โดยแบ่งแป้งเป็นก้อนกลมขนาดเท่าหัวแม่มือ คลึงเป็นเส้นสั้นๆแล้วจับปลายทั้งสองด้านมาซ้อนกัน (ลักษณะคล้ายไข่ปลาสลิด) ปั้นใส่ถาดโรยแป้งนวลเล็กน้อย
  7. 5. ใส่น้ำ 3/4 ของหม้อ ตั้งไฟแรงจนกระทั้งเดือด ลดไฟลงปานกลาง ค่อยๆหย่อนแป้งที่ปั้นไว้ลงไปต้มจนแป้งสุกลอยขึ้นมา ใช้กระชอนตักขนมแช่ในน้ำเชื่อมที่ทำไว้ในตอนแรก 20 นาที เพื่อให้ขนมมีความหวาน
  8. 6. ใช้กระชอนตักขนมจากน้ำเชื่อมมาคลุกกลับมะพร้าวทึนทึกที่คลุกเกลือไว้
  9. 7. จัดใส่จานเสิร์ฟโรยด้วยงาคั่วขาวมากน้อยตามต้องการ


Cr. สูตรอาหารและภาพ http://www.foodtravel.tv/recfoodShow_Detail.aspx?viewId=2812

ทองม้วนสดสูตรชาววัง


ทองม้วนสดสูตรชาววัง
เครื่องปรุงหรือส่วนประกอบการทำทองม้วนสด
  • แป้งสาลีร่อนแล้ว 1กิโลกรัม
  • มะพร้าวขูดขาว 1กิโลกรัม
  • ไข่ไก่ 10 ฟอง
  • งาดำหรืองานขาวคั่วแล้ว 1/2ถ้วย
  • น้ำตาลทราย 1กิโลกรัม
  • เกลือป่น 1ช้อนชา
  • น้ำปูนใส 1+ 1/4ถ้วย
  • น้ำ 1/2ถ้วย
  • น้ำมันสำหรับทาพิมพ์ทองม้วน 1ถ้วย
  • น้ำใบเตยสดจำนวน 2ช้อนโต๊ะ (สีเขียวใบเตยเล็กน้อย)

ส่วนวิธีการทำทองม้วนสด 
  1. คั้นมะพร้าวด้วยน้ำอุ่น 3ถ้วยเพื่อให้ได้หัวกะทิ 5ถ้วย
  2. ผสมแป้งสาลีกับน้ำตาลเข้าด้วยกันในอ่างผสม
  3. ต่อยไข่ใส่ชาม ตีให้เข้ากัน ใส่หัวกะทิ เกลือ น้ำปูนใส น้ำ คนให้เข้ากัน หรือถ้าไม่ต้องการใส่น้ำใบเตยก็ได้จากนั้นค่อยเทน้ำใบเตยลงไป จะได้สีเขียวออกมา คนไปเรื่อยๆจนน้ำใบเตยหมด
  4. ค่อย ๆ เทส่วนผสมกะทิ ลงในส่วนผสมแป้งทีละน้อย ๆ คนให้เข้ากันดีไม่ต้องข้นมาก ใส่งาคั่วลงไปคนให้เข้ากัน
  5. นำพิมพ์ทองม้วนมาเปิดไฟให้ร้อน ใช้ไฟอ่อน ทาน้ำมันให้ทั่วพิมพ์ทั้งสองด้าน ตักแป้งหยอดบนพิมพ์ด้านหนึ่ง บีบพิมพ์สักครู่ พอให้แผ่นมันแบนแค่พอให้แป้งสุกใสเท่านั้น ระวังอย่าให้เหลือง เปิดพิมพ์ และใส่มะพร้าวอ่อนตรงกลางลงไปตามความต้องการ แล้วทำการม้วนให้เป็นหลอด เป็นอันเสร็จ ก็จะได้ทองม้วนสดที่แสนจะอร่อย

แหล่งที่มาของข้อมูล :
คุณไพลิน ศรีทอง
ที่อยู่ : หมู่ที่4 ตำบลหัวลำ อำเภอท่าหลวง จังหวัดลพบุรี

ขนมใส่ไส้ หรือ ขนมสอดไส้


วิธีทำ ขนมใส่ไส้ หรือ ขนมสอดไส้
วัตถุดิบ สำหรับ 30 ห่อ
  • น้ำตาลปี๊ป 200 กรัม
  • เกลือป่น 1/2 ช้อนชา สำหรับไส้ , เกลือป่น 1 ช้อนชา สำหรับกะทิ
  • มะพร้าวทึนทึกขูด
  • แป้งข้าวเหนียว 350 กรัม
  • น้ำใบเตยปั่นละเอียด 300 มิลลิลิตร
  • กะทิ 800 มิลลิลิตร
  • แป้งข้าวเจ้า 80 กรัม
  • กลิ่นมะลิ 1 ช้อนชา
  • ไม้สำหรับกลัด หรือไม้จิ้มฟัน
  • ใบตองเช็ดสะอาดสำหรับห่อขนม

วิธีทำ
  1. นำใบตองที่สำหรับห่อมาตัดเป็น 2 ขนาด ฉีกใบตองชั้นนอก 5 นิ้ว และสำหรับชั้นใน 4 นิ้ว และนำมาตัดมุมให้เป็นทรงวงรี เช็ดให้สะอาด และนำไปลนไฟเล็กน้อยเพื่อให้ห่อขนมได้ง่าย
  2. นำมะพร้าวทึนทึกที่ขูดเป็นเส้นยาว เกลือป่น และน้ำตาลปี๊บ ลงไปกวนในกระทะทองเหลือง ใช้ไฟอ่อน กวนไปเรื่อยๆ จนครบ 20 นาที จนส่วนผสมแห้ง จากนั้นก็ปิดไฟพักไว้ให้เย็น ผสมแป้งข้าวเหนียวและน้ำใบเตยเข้าด้วยกัน นวดแป้งจนเริ่มเป็นก้อน เสร็จแล้วให้คลุมด้วยพาสติกแรป
  3. นำกะทิ 1/4 ของกะทิทั้งหมดผสมกับแป้งข้าวเจ้า เกลือป่น กลิ่นมะลิ ลงไปในกระทะ คนให้เข้ากันจนแป้งไม้จับตัวกันเป็นเม็ด แล้วค่อยเติมกะทิส่วนที่เหลือลงไป เปิดไฟอ่อนๆ และคนไปเรื่อยๆ จนกะทิเหนียวข้น ปิดไฟพักไว้ให้เย็น เมื่อตัวไส้เริ่มเย็นดีแล้ว ปั้นไส้ให้เป็นก้อนกลมๆ ขนาด 1 นิ้ว จนหมด และปั้นตัวแป้งเป็นก้อนกลมขนาดใหญ่กว่าตัวไส้เป็น 1 นิ้วครึ่ง แผ่แป้งให้แบนวางไส้ลงตรงกลาง และห่อไส้ขนมให้มิด
  4. เตรียมใบตองสำหรับห่อ นำใบตอง 2 ขนาดที่ตัดไว้เป็นวงรีมาประกบกัน นำหน้านวลทั้ง 2 แผ่น ชนกัน
  5. นำขนมที่ปั้นไว้วางลงบนใบตอง และราดด้วยน้ำกะทิ 1 ช้อนโต๊ะ และพับใบตองให้เป็นทรงสูง คาดทับด้วยใบมะพร้าวและคาดด้วยไม้กลัด
  6. นึ่งในน้ำเดือดจัดประมาณ 30 นาที พักไว้ให้เย็นก่อนเสิร์ฟ


Cr. สูตรอาหาร http://food.mthai.com/food-recipe/95944.html
Cr. ภาพอาหาร http://larndham.org/

ข้าวต้มหัวหงอกขนมหวานโบราณ


วิธีทำข้าวต้มหัวหงอกขนมหวานโบราณของไทยเคล็ดลับความอร่อย
ส่วนผสมและวิธีทำข้าวต้มหัวหงอก
ส่วนผสม
  • ข้าวเหนียวเขี้ยวงู 1000 กรัม
  • กล้วยน้ำหว้าสุก 1 หวี
  • น้ำตาลทราย 100 กรัม
  • เกลือป่น 1 ช้อนชา
  • มะพร้าวขูด 300 กรัม
  • ใบตองสำหรับห่อข้าวต้ม
  • ตอกสำหรับมัด

วิธีทำข้าวต้มหัวหงอก
  1. ล้างข้าวเหนียวให้สะอาดแล้วแช่น้ำทิ้งไว้ประมาณ 3 ชั่วโมง
  2. ฉีกใบตองให้มีความกว้างประมาณ 10 นิ้วเตรียมไว้ตามจำนวนที่ต้องการ
  3. นำกล้วยสุกมาปอกเปลือกแล้วใช้มีดผ่าครึ่งตามยาว เตรียมไว้
  4. เมื่อแช่ข้าวเหนียวได้ตามกำหนดเวลาแล้วล้างให้สะอาดอีกครั้ง จากนั้นนำใบตองที่ฉีกเตรียมไว้ 2 ใบ คว่ำหน้าใส่กันลักษณะการวางให้วางเฉียงๆ
  5. ตักข้าวเหนียวประมาณ 1-2 ช้อนโต๊ะมาวางลงบนใบตองวางทับด้วยกล้วยน้ำหว้าที่ผ่าครึ่งเตรียมไว้ จากนั้นตักข้าวเหนียวประมาณ 1 ช้อนโต๊ะมาวางทับบนชิ้นกล้วยแล้วเกลี่ยข้าวเหนียวให้ปิดชิ้นกล้วย
  6. จากนั้นห่อให้เรียบร้อย พับใบตองทั้งสองด้านแล้วใช้ตอกมัดหัวท้ายให้แน่นทำจนหมดข้าวเหนียวที่เตรียมไว้
  7. นำไปต้มประมาณ 1 ชั่วโมง เมื่อสุกแล้วปล่อยทิ้งไว้เพื่อให้เย็น
  8. คลุกเกลือป่นกับมะพร้าวเตรียมไว้
  9. นำข้าวต้มมาแกะใบตองออกแล้วตัดเป็นชิ้นๆ คลุกด้วยมะพร้าวที่เตรียมไว้
  10. เวลาเสิร์ฟโรยด้วยน้ำตาลทราย

เคล็ดลับความอร่อย
การทำข้าวต้มมัดหรือข้าวต้มหัวหงอกเพื่อหารายได้พิเศษต้องห่อและมัดให้แน่นเพราะจะทำให้ข้าวต้มเหนียว เม็ดข้าวไม่ร่วน กล้วยน้ำหว้าต้องเลือกหวีที่สุกจัดๆความหวานของกล้วยจะทำให้ข้าวต้มอร่อยยิ่งขึ้นข้าวต้มหัวหงอกเป็นของหวานที่คนไทยชอบทาน ในงานมงคลหรืองานพิธีต่างๆก็ยังนิยมใช้ข้าวต้มหัวหงอกเป็นของหวาน สำหรับคนที่ต้องการหารายได้พิเศษ ทำข้าวต้มหัวหงอกขายเป็นอีกอาชีพหนึ่งที่น่าสนใจค่ะ

ขนมชั้น


ขนมชั้น
ส่วนผสม
  • แป้งท้าวยายม่อม 140 ก.
  • แป้งข้าวจ้าว 70 ก.
  • แป้งมัน 100 ก.
  • กะทิ 800 มล.
  • น้ำตาลทราย 400 ก.
  • กลิ่นมะลิ 1/2 ชช.
  • สีผสมอาหารตามชอบ อย่างละ 3 หยด

วิธีทำ
  1. ผสมน้ำตาลทราย กะทิ กลิ่นมะลิ ตั้งไฟอ่อนคนจนน้ำตาลทรายละลายจนหมด พักไว้ให้เย็น (ไม่ต้องต้มจนเดือด แค่น้ำตาลละลายหมดก็พอ)
  2. นำแป้งทั้งสามชนิดผสมรวมกัน ค่อยๆเติมกะทิลงไปนวดให้เข้ากัน นำไปกรองด้วยกระชอนตาถี่ พักไว้ก่อน
  3. แบ่งสีผสมอาหารใส่ถ้วยทั้ง 4 ใบ เติมส่วนผสมของแป้งที่กรองแล้วลงไป แบ่งให้เท่าๆกัน คนให้สีผสมกับแป้งเนียนดี พักไว้
  4. ใส่น้ำในซึ้งนึ่งต้มให้เดือดจัด นำพิมพ์ลงนึ่ง 15 นาที จากนั้นเติมแป้งลงไปทีละชิ้น ความหนาในแต่ละชั้นไม่เกิน 3 มิล. นึ่งแต่ละชั้นนาน 5-7 นาที ด้วยไฟอ่อน สลับสีแต่ละชั้นจนหมด พักไว้ให้เย็น

วันพฤหัสบดีที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2558

ขนมกลีบลำดวน



ขนมกลีบลำดวน
ส่วนผสม
  • แป้งเค้ก 2 ถ้วยตวง
  • นํ้าตาลไอซิ่ง 1 ถ้วยตวง
  • ไข่แดง 1 ถ้วยตวง
  • นํ้ามันหมูเจียวใหม่ๆ 8 ช้อนโต๊ะ
  • เกลือป่น 1/2 ช้อนชา
  • เทียนอบ
  • สีผสมอาหาร สีเขียว ชมพู ม่วง ตามชอบ

วิธีทำ
  1. ร่อนแป้งเค้ก 2 ครั้ง ครั้งที่ 3 ร่อนพร้อมกับเกลือป่น
  2. ใส่ไอซิ่ง ไข่แดง น้ำมัน นวดจนเข้ากันดี (ขนมนี้ไม่ต้องนวดมาก เพียงแต่ตะล่อมให้เข้ากันเป็นก้อนแน่น ๆ เท่านั้น คลุมด้วยผ้าขาวบางไว้)
  3. ปั้นเป็นก้อนกลมเล็กๆ เท่ากัน พักไว้ เวลาปั้น ต้องปั้นให้แน่น เวลาผ่าจะได้ไม่แตก
  4. ผ่าแป้งเป็น 5 ส่วน แล้วนำ 3 ส่วน มาวางชนกัน หงายทางด้านแหลมขึ้น
  5. ปั้นแป้งอีก 1 ก้อน เท่าเมล็ดข้าวโพด วางไปตรงกลาง ทำเป็นเกสร
  6. ใช้ปลายมีดบั้งเป็นเกสร 3 แฉก ผสมสีชมพู หรือเขียวตามชอบ แต้มกลางเกสร
  7. นำเข้าอบโดยที่ถาดอบไม่ต้องทาไขมัน อบไฟ 200-250 °ฟ ประมาณ 10 นาที พอให้เป็นสีนวล ทิ้งไว้ให้เย็น อบด้วยควันเทียน
  8. เก็บขนมใส่กล่องที่มีฝาปิดให้แน่น อย่าให้ถูกความชื้น

ขนมช่อม่วง‬



  • แป้งข้าวเจ้า 1 – ½ ถ้วย
  • แป้งท้าวยายม่อม 1 ช้อนโต๊ะ
  • แป้งมัน 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำดอกอัญชัญ 1- ½ ถ้วย
  • กระเทียมเจียว พริกขี้หนู ผักกาดหอม ผักชี
  • สีม่วงได้จากดอกอัญชัน

  • สันในไก่บดละเอียด 1 ถ้วย
  • หอมใหญ่สับละเอียด 1-1/2 ถ้วย
  • กระเทียมซอย 1 ช้อนโต๊ะ 
  • รากผักชีหั่นฝอย 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลปี๊บ 3 ช้อนโต๊ะ
  • เกลือป่น 1-1/2 ช้อนชา

  1. โขลกรากผักชี กระเทียม พริกไทย ให้ละเอียด
  2. น้ำมันใส่กระทะตั้งไฟให้ร้อน ใส่เครื่องที่โขลกไว้ลงผัดให้หอม ใส่ไก่ผัดให้สุก ใส่หอมใหญ่ผัดให้เข้ากัน ใส่น้ำตาลทราย น้ำตาลปี๊บ เกลือป่น ผัดให้แห้ง ยกลงพักไว้ให้เย็น

  1. ผสมแป้งทั้ง 3 ชนิดรวมกัน ผสมน้ำมันพืชและน้ำดอกอัญชันเข้าด้วยกันค่อย ๆ เทใส่แป้งเล็กน้อย นวด 5 นาที ใส่น้ำที่เหลือให้หมด
  2. เทส่วนผสมใส่กระทะทองเหลืองตั้งไฟแรง กวนให้แป้งสุกร่อนจากกระทะ ตักขึ้นใส่น้ำมันพืชเล็กน้อย นวดจนแป้งนุ่ม
  3. แบ่งแป้งเป็นก้อนเล็ก แผ่แป้งให้กลมบางตักไส้ใส่หุ้มแป้งให้มิดไส้ ใช้แหนบจีบให้เป็นดอกไม้ให้สวยงาม วางบนในตองที่ทาน้ำมัน
  4. นึ่งบนน้ำเดือด 3 นาที ยกลง พรมด้วยน้ำมัน เป็นอันเสร็จ
  5. รับประทานกับผักกาดหอม ผักชี พริกขี้หนูสวน และกระเทียมเจียว

เสน่ห์ความเป็นไทย


เสน่ห์ความเป็นไทย ที่ยากจะมีใครเหมือน!!!!!
1. กุหลาบชาววัง
2. ขนมทองเอกกระจัง 
3. ขนมลูกชุบ
4. ขนมช่อม่วง
ขอบคุณภาพทั้งสี่ภาพประกอบในโพสท์
Cr. https://iandme2012.wordpress.com/
Cr. https://www.google.co.th/
Cr. https://www.flickr.com/
Cr. https://www.google.co.th/

ขนมตาล


ขนมตาล
ส่วนผสม
  • ตาลขวด หรือตาลถุง 230 กรัม
  • น้ำตาลทราย 280 กรัม
  • แป้งข้าวจ้าว 420 กรัม...
  • ยีสต์ 1 ชช
  • กะทิ 700 กรัม
  • เกลือ 1 ชช.
  • ผงฟู 2 ชช
  • มะพร้าวขูด ครึ่งลูก

วิธีทำ
  1. นำแป้ง ผงฟู มาผสมกับกะทิครึ่งนึง แล้วเท ยีสต์ กับ น้ำตาลลงไป เอามือนวดไปมา จนจับได้ว่าน้ำตาลกับยีสต์ละลายแล้ว เทกะทิที่เหลือลงไป นวดจนเข้ากันดี
  2. ใส่เนื้อตาลลงไป ขยำให้เข้ากัน คนใก้เข้ากันด้วยมือ คนไปประมาณอัก 10-20 นาที
  3. เทใส่กะละมัง หรือชามใบโต ปิดด้วยผ้าขาวบาง ไปวางตากแดด 6 ชม ถ้าหนาวแล้วไม่มีแดดอย่างที่อังกฤษ ทำใส่โหลแบบบุ๋มนะคะ วางบนฮีตเตอร์ 12ชม
  4. นึงพิมพ์ให้ร้อนจัด เทขนมใส่พิมพ์ โรยด้วยมะพร้าวที่นึ่งแล้วคลุกเกลือ เร่งไฟนึ่งในน้ำเดือดจัด 15-20 นาที

ข้าวเหนียวสีอัญชัญหน้าไข่แมงดา


ข้าวเหนียวสีอัญชัญหน้าไข่แมงดา
ส่วนผสม
  • ข้าวเหนียวสีเขียว 
  • ไข่แมงดา 
  • ไข่ไก่ 2 ฟอง
  • ไข่เป็ด 4 ฟอง
  • น้ำเชื่อม 
  • น้ำลอยดอกไม้ 2 ถ้วย
  • น้ำตาลทราย 2 1/2 ถ้วย
  • ใบตอง

วิธีทำ
  1. อ่างตอกไข่ไก่และไข่เป็ดใส่ แยกไข่แดงออกใส่ภาชนะกรองด้วยผ้าขาวบาง รีดไข่น้ำค้างใส่กรองด้วย 
  2. กะทะทอง ใส่น้ำตาลทราย น้ำ ตั้งไฟให้เดือด ไม่ต้องคน ดูจนน้ำตาลละลาย แบ่งน้ำเชื่อมไว้สำหรับเป็นน้ำเชื่อมหล่อไข่แมงดา
  3. ตัดใบตองเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า 3 ชิ้นประกบกัน ม้วนให้เป็นกรวย ให้ปลายเป็นรูเล็กๆ 
  4. พอน้ำเชื่อมเดือด ตักไข่ใส่ที่กรวยใบตอง ค่อยๆ เหยาะไข่ใส่น้ำเชื่อมเป็นหยดๆ ถ้าหยดแล้วแบนแสดงว่าน้ำเชื่อมยังร้อนไม่ได้ที่ ต้องหยดแล้วเป็นเม็ดกลมๆ จึงใช้ได้ เมื่อไข่ลอยตามขอบๆ กะทะแสดงว่าสุกได้ที่ ใช้กระชอนโปร่งช้อนขึ้น ตักใส่หล่อในน้ำเชื่อมที่แยกไว้ ใส่กระทงเสริฟหรือโรยหน้าข้าวเหนียวสีอัญชัญ

ขนมมันสำปะหลัง‬


ส่วนผสม
  • มันสำปะหลังบด 1 กิโลกรัม
  • แป้งมัน 300 กรัม
  • น้ำตาลทราย 3 1/4 ถ้วย
  • แป้งข้าวโพด 1/4 ถ้วย
  • น้ำ 5 1/2 ถ้วย
  • เกลือป่น 1 ช้อนชา
  • มะพร้าว (ทึนทึก) ขูด 300 กรัม
  • สีผสมอาหาร

วิธีทำ
  1. เตรียมส่วนผสมหลักคือมันสำปะหลังปอกเปลือกแล้วปั่นให้ละเอียด และส่วนผสมอื่นให้พร้อม
  2. นำมันสำปะหลัง น้ำตาลทราย แป้งข้าวโพด แป้งมัน นวดรวมกันจนน้ำตาลเริ่มละลาย ใส่น้ำใบเตยหรือใส่น้ำลงไปผสมให้เข้ากัน
  3. นำมาแบ่งสีที่ชอบ มะพร้าวขูดคลุกเกลือให้เข้ากัน
  4. ตั้งลังนึ่งให้น้ำเดือด ตักขนมใส่ถ้วยแล้วโรยหน้าด้วยมะพร้าว นำไปนึ่งประมาณซัก 10 นาทีหรือจนสุก

วุ้นกรอบข้าวเหนียวแก้ว


วุ้นกรอบข้าวเหนียวแก้ว
ส่วนผสม
  • ข้าวเหนียวแก้ว
  • ข้าวเหนียวเขี้ยวงู 330 กรัม
  • ปูนแดง ¼ ช้อนชา
  • กะทิ 280 มิลลิลิตร
  • น้ำตาลทราย 160 กรัม
  • เกลือ ½ ช้อนชา
  • น้ำดอกอัญชัน 2 ช้อนโต๊ะ
  • งาขาวคั่ว 2 ช้อนโต๊ะ

วุ้นส้ม
  • ผงวุ้น 2 ช้อนชา
  • น้ำตาลทราย 140 กรัม
  • สีผสมอาหาร (สีส้ม) 4 หยด
  • กลิ่นส้ม 1 ช้อนชา

วิธีทำ
  1. แช่ข้าวเหนียวในน้ำสะอาดใส่ปูนแดงลงไปผสมในน้ำเพื่อช่วยให้เม็ดข้าวไม่เละเวลานำไปมูลแช่ไว้เป็นเวลา 3 ชั่วโมง
  2. ล้างข้าวเหนียวให้สะอาดแล้วห่อด้วยผ้าขาวบางนำไปนึ่งในลังถึงที่ร้อนดีเป็นเวลา 25 นาที
  3. เตรียมกะทิในหม้อมีฝาใส่ข้าวเหนียวร้อนๆลงในน้ำกะทิปิดฝาพักจนข้าวเหนียวมูลเย็นลงและข้าวเหนียวดูดกะทิจนแห้งดี
  4. ระหว่างรอข้าวเหนียวเตรียมหม้ออีกใบสำหรับทำวุ้นใส่น้ำสะอาด 2 ถ้วยลงในหม้อโรยผงวุ้นลงไปพักไว้ 10 นาทีเพื่อให้ผงวุ้นดูดน้ำเตรียมถ้วยวุ้นในเล็กๆในถาดนำส่วนผสมวุ้นตั้งไฟคนให้ผงวุ้นละลายดีพอเดือดก็ใส่น้ำตาลทรายสีและกลิ่นลงไปเคี่ยวต่ออีก 5 นาทีตักใส่ถ้วยวุ้นเป็นสูงครึ่งถ้วยพักให้เย็นลง
  5. นำข้าวเหนียวกลับไปตั้งไฟใช้ความร้อนต่ำใส่น้ำตาลทรายและเกลือลงไปเคี่ยวจนข้าวเหนียวแห้งขึ้นประมาณ 25 นาทีใส่น้ำดอกอัญชันลงไปคนต่อจนแห้งดีตักใส่ถาดพักให้เย็นลง
  6. จับข้าวเหนียวเป็นคำๆวางลงบนวุ้นโรยหน้าด้วยงาดำคั่วก่อนเสิร์ฟ

วันพุธที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2558

ขนมน้ำดอกไม้


ขนมน้ำดอกไม้
‪#‎ส่วนขนมน้ำดอกไม้‬
แป้งข้าวจ้าว 1 ถต
แป้งเท้ายายม่อม 1 ชต
น้ำลอยดอกมะลิ 1/2 ถต
น้ำตาลทราย 3/4 ถต
สีผสมอาหารตามชอบ
‪#‎วิธีทำ‬
- ผสมแป้งข้าวเจ้าและแป้งเท้ายายม่อม จากนั้นก็นำไปร่อน พักทิ้งไว้
- นำน้ำลอยดอกมะลิและน้ำตาลใส่หม้อแล้วนำไปตั้งไฟอ่อนๆ คนจนผสมกันทั่วและน้ำตาลละลายแล้วปิดไฟ ทิ้งไว้ให้เย็น
- นำน้ำเชื่อมและแป้งผสมกันทีละน้อย คนจนส่วนผสมเข้ากันดีจึงใส่สีผสมอาหารลงไป ควรผสมสีโทนอ่อนจะน่ารับประทานมากกว่าสีเข้ม
- นำแบบพิมพ์ที่ต้องการไปนึ่งให้ร้อนประมาณ 10 นาที จากนั้นหยอดน้ำแป้งลงในแบบพิมพ์ แล้วนึ่งประมาณ 15 นาทีหรือจนสุก ก็เสร็จคะ

ขนมตะโก้เผือก‬


ส่วนผสมตัวแป้ง
แป้งข้าวเจ้า 4 ถ้วยตวง
แป้งมัน 1 ถ้วยตวง
น้ำตาลทราย 4 ถ้วยตวง
น้ำดอกมะลิลอย 8 ถ้วย
เผือกนึ่งหั่นสี่เหลี่ยม 3 ถ้วยตวง
ส่วนผสมหน้าตะโก้
แป้งข้าวเจ้า 2 ถ้วยตวง
กะทิ 10 ถ้วยตวง
เกลือ 2 ช้อนชา
น้ำตาลทราย 1/2 ถ้วยตวง
วิธีทำ
ทำตัวแป้ง
-นำแป้งข้าวเจ้าและแป้งมันผสมเข้าด้วยกัน โดยค่อยๆใส่น้ำดอกมะลิลอย แล้วนวดให้เข้ากัน
-ทำน้ำเชื่อม โดยต้มน้ำตาลกับน้ำ จนน้ำตาลละลายและพอเดือด ยกลงพักไว้
-เทน้ำเชื่อมผสมกับส่วนผสมแป้งทีละน้อย แล้วคนให้เข้ากันพอดี
-นำส่วนผสมแป้งใส่ในกะทะ ใช้ไฟปานกลาง กวนจนแห้งและข้นเหนียว
-ใส่เผือกแล้วกวนให้เข้ากันอีกครั้ง แล้วนำไปใส่ภาชนะที่เตรียมไว้
ทำหน้าตะโก้
-ผสมแป้ง กะทิ น้ำตาล และเกลือเข้าด้วยกัน
-ตั้งไฟ ใส่ส่วนผสมลงในหม้อ กวนจนเดือดและข้น
นำไปส่วนผสมไปราดลงบนตัวขนมในขณะที่ยังร้อนอยู่

ขนมปุยฝ้ายมะพร้าวอ่อน


ขนมปุยฝ้ายมะพร้าวอ่อน
ส่วนผสม
แป้งเค้ก 250 กรัม
ผงฟู 2 ชช.
น้ำตาล 250 กรัม
น้ำมะนาว 2 ชช.
เอสพี 15 กรัม
ไข่ไก่ 2 ฟอง
น้ำมะพร้าว 200 กรัม
มะพร้าวอ่อนหั่นสี่เหลี่ยม 200 กรัม
** เตรียมตั้งซึ้งต้มน้ำให้เดือดจัด**
วิธีทำ
1. หั่นเนื้อมะพร้าว ให้เป็นชิ้นสี่เหลี่ยมเล็กๆ
2. ร่อนแป้ง ผงฟู รวมกัน
3. แบ่งน้ำมะพร้าวเป็น 2 ส่วน ส่วนละ 100 กรัม
4. ตีไข่ไก่ เอสพี น้ำมะพร้าวส่วนแรก น้ำตาล น้ำมะนาว 
ด้วยความเร็วสปีด 2 (1 นาที) เปลี่ยนความเร็วสูงสุดของเครื่อง
(ตีประมาณ 4 นาที) จนส่วนผสมขึ้นฟูขาวข้น 
ลดความเร็วต่ำสุดใส่แป้งสลับกับน้ำ 
(เริ่มด้วยแป้งสลับกับน้ำ แบ่งใส่แป้ง 3 ครั้ง น้ำ 2 ครั้ง) 
ผสมพอให้แป้งเข้ากัน เปลี่ยนความเร็วสูงต่ออีก 1 นาที 
ใส่เนื้อมะพร้าวแล้วคนตะล่อมให้เข้ากัน 
จากนั้นนำแป้งที่พักไว้มาแบ่งใส่สีตามชอบ 
คนผสมสีให้เข้ากัน (อย่าคนนาน) พักแป้ง 10 นาที
แล้วตักใส่ถ้วยจีบ นำไปนึ่งไฟอ่อนประมาณ 10 - 15 นาที 
ยกลงจากเตานำออกจากพิมพ์ ทิ้งไว้ให้เย็นบนตะแกรง
เคล็ดลับ
- เอสพี 15 กรัม ประมาณ 1 ช้อนโต๊ะพูน
- ถ้าอากาศร้อนควรนำไข่ และน้ำมะพร้าวแช่ให้เย็นก่อนนำมาตีจะช่วยให้ตีขึ้นฟูดี

ขนมลืมกลืน


ส่วนผสมขนมลืมกลืน
- แป้งถั่วเขียว 1 ถ้วยตวง
- น้ำตาลทราย 2 1/2 ถ้วยตวง
- น้ำลอยดอกมะลิ 5 ถ้วยตวง
- น้ำใบเตยคั้น 1/2 ถ้วยตวง
หน้าขนมขนมลืมกลืน
- กะทิ 3 ถ้วยตวง
- แป้งข้าวเจ้า 1/2 ถ้วยตวง
- เกลือป่น 2 ช้อนชา
- กลิ่นมะลิ 1/4 ช้อนชา
โรยหน้า
- ถั่วทองคั่ว 2 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำขนมลืมกลืน
- ละลายแป้งถั่วกับน้ำลอยดอกมะลิ และน้ำใบเตยคั้น ใส่น้ำตาลคนให้เข้ากัน ตั้งไฟกวนจนข้นสุก จะมีลักษณะขาวใส ยกลงหยอดใส่ถ้วยหรือหยอดใส่ใบตองตัดเป็นวงกลมขนาด 1 1/2 นิ้ว
- ผสมส่วนผสมของหน้าขนมให้เข้ากัน ตั้งไฟอ่อน กวนให้สุกข้น ยกลงหยอดทับตัวขนมตรงกลางอย่าให้เต็ม โรยหน้าด้วยถั่วทองคั่ว 2 - 3 เม็ด ต่อหนึ่งอัน

‪#‎ปุยฝ้ายนมสด‬


‪#‎ปุยฝ้ายนมสด‬
ส่วนผสม
แป้งเค้ก 250 กรัม
ผงฟู 2 ช้อนชา
น้ำตาลทราย 200 กรัม
น้ำมะนาว 2 ช้อนชา
S.P. 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
ไข่ไก่ เบอร์ 1 2 ฟอง
น้ำ 100 กรัม
นมจืด 100 กรัม
กลิ่นมะลิ 1/2 ช้อนชา
วิธีทำ
- ร่อนแป้ง ผงฟู พักไว้
- ตีไข่ น้ำ S.P. น้ำตาลทราย น้ำมะนาว ความเร็วสูงสุด 5 นาที
- ลดความเร็วต่ำ ใส่แป้งสลับนม แป้ง 3 นม 2 
- ใส่แป้งหมดตีสูง 1 นาที พักแป้ง 30 นาที
- ตั้งน้ำเดือดจัด ตักใส่กระทงเต็มถ้วย ก่อนนึ่งน้ำเดือดจัด พอวางขนมแล้วเบาไฟอ่อนสุด นึ่ง 15 นาที
- ตั้งน้ำไฟแรงเดือดพล่าน พอขนมลงปิดฝา ลดไฟครึ่งนึง ขนมจะแตกสวยงาม
เคล็ดลับการทำสีบนหน้าขนม
ตักขนมใส่ถ้วยแล้ว นำสีใส่ถ้วยเล็กๆๆแล้วแต่เราจะใช้สีอะไรใช้ไม้แหลมเช่นไม้เสียบลูกชิ้นให้สีติดปลายไม้แล้วนำไปเพ้นท์บนหน้าขนมก่อนนึ่ง

วันอาทิตย์ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2558

หม้อแกงเผือก


ส่วนผสม
1. เผือกต้มสุกบดละเอียด 1 ถ้วย
2. ไข่เป็ด 3 ฟอง
3. น้ำกะทิ 1 ถ้วย
4. น้ำตาลปี๊บ 1 ถ้วย
5. แป้งข้าวเจ้า 2 ช้อนโต๊ะ
6. หอมเล็กเจียว
วิธีทำ
1. ขยำไข่ด้วยใบเตยประมาณ 5 นาที แล้วใส่น้ำตาลปี๊บลงไปขยำให้ละลาย
2. ใส่น้ำกะทิลงไป คนผสมให้เข้ากัน แล้วกรองผ่านกระชอนหรือผ้าขาวบาง
3. ใส่เผือกที่บดลงไปในส่วนผสม ตามด้วยแป้งข้าวเจ้าแล้วคนให้เข้ากัน เทส่วนผสมลงในถ้วยหรือถาดนำเข้าเตาอบ
อุณหภูมิ 200 องศาเซลเซียสประมาณ 25 - 30 นาที หรือจนกระทั่งสุกเหลืองนำออกมาโรยหน้าด้วยหอมเล็กเจียว
Tip
- หอมเล็กเจียว คือ การนำหอมเล็กมาซอยตามยาวให้เป็นแผ่นบาง ๆ แล้วเจียวในน้ำมันจนมีสีเหลืองกรอบ พักให้สะเด็ดน้ำมัน ใช้สำหรับใส่ในอาหารคาวหรือโรยหน้าขนมต่างๆ
เรื่องโดย : หนังสือ Easy Thai Cooking
ภาพโดย : สกล ปานกลิ่นพุฒ

ขนมหม้อแกงกล้วยหอม


ส่วนผสม
กล้วยหอม 100 กรัม
แป้งข้าวจ้าว 1 ชต.
หัวกะทิ 250 กรัม
ไข่ไก่เบอร์2 2 ฟอง
น้ำตาลปี๊บ 70 กรัม
เกลือ 2 หยิบมือ
ใบเตย 4-5 ใบ
หอมแดงเจียวตามชอบ
วิธีทำ
1. นำไข่และน้ำตาลปี๊บ ใส่อ่างผสม ใส่ใบเตยลงไปขยำ จนน้ำตาลละลายเข้ากันดี
2. กล้วย+กะทิ ปั่นพอละเอียด นำไปใส่ในอ่างไข่ ใส่แป้งข้าวจ้าว ใช้ตะกร้อมือตีผสมให้เข้ากัน กรองด้วยกระชอน เติมน้ำมันหอมเจียว 2 ชต. จะทำให้หอมขึ้น
3. นำส่วนผสมที่ได้ใส่กระทะ กวนพอส่วนผสมข้น ตกลง
4. ตักใส่พิมพ์ นำไปอบด้วยฝาอบลมร้อน ใช้ไฟ 150องศา อบ 15-20 นาที (สังเกตุดูแต่ละรุ่นไม่เหมือนกัน) นำออกมาทาหน้าด้วยน้ำมันเจียวหอม แล้วอบต่อ 5นาที ไฟเท่าเดิม
5. ขนมสุก โรยหอมเจียว (หรือโรยตอนทาด้วยน้ำมันเจียวหอมก็ได้)
** พิมพ์อลูมิเนียม ใช้น้ำมันหอมเจียวทาพิมพ์ ก่อนใส่ขนมอบ

เม็ดขนุนเผือก


สูตรขนมไทยเม็ดขนุนเผือก
ส่วนผสม
1. เผือกหอม 1 หัว
2. กะทิ 5-6 ถ้วย
3. น้ำตาลปีบ 2 1/4 ช้อนโต๊ะ
4. ไข่เป็ด (แยกเอาแต่ไข่แดงผสมให้เข้ากัน) 4-5 ฟอง
น้ำเชื่อม
5. น้ำลอยดอกไม้ 3 ถ้วย
6. น้ำตาลทราย 3 ถ้วย
น้ำเชื่อมหล่อขนม
7. น้ำลอยดอกไม้ 1 1/2 ถ้วย
8. น้ำตาลทราย 2 ถ้วย
วิธีทำเม็ดขนุนเผือก
1. น้ำเชื่อมหล่อขนม – กะทะทองใส่น้ำตาล น้ำ ตั้งไฟ ให้เดือดและน้ำตาลละลาย ใส่ภาชนะพักไว้ให้เย็น
2. กะทะใส่กะทิ ตั้งไฟให้เดือด ใส่เผือก ต้มจนะเผือกเปื่อยเลย พอน้ำเริ่มงวดและแห้ง ใส่น้ำตาลบีป กวนไปเรื่อยๆ จนแห้ง พักให้เย็น ปั้นเป็นกลมแล้วคลึงให้เป็นรูปทรงรีๆ ยาวๆ ขนาดเท่าๆ กัน
3. กะทะทองใส่น้ำตาล น้ำ ตั้งไฟ ให้เดือดจนน้ำตาลละลายหมด (ประมาณ 10 นาที) ปิดไฟ รอให้น้ำเชื่อมนิ่ง นำเผือกที่ปั้นไว้ ชุปลงไข่แดง หยอดลงในกะทะ แล้วจึงนำไปตั้งไฟ ให้เดือด กลับขนมให้สุกทั้งสองข้าง ใช้กระชอนตักขึ้น หล่อน้ำเชื่อมเย็น